|
Customs ( พิธีการศุลการกร ,ข้อกำหนดสิ่งของที่ห้ามขึ้นเครื่อง )
|
 |
เมื่อผู้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา
|
 |
| |
รายการ |
U.S. |
U.K |
Australia,Phillippines, Indonesia,Sri Lanka and every domestic fight in Thailand
|
กระเป๋าถือ
|
|
1 ชิ้น |
|
ของเหลว,เจลทุกชนิด
( เครื่องดื่ม,ครีมและโลชั่น,ยาสีฟัีน,เครื่องสำอาง,น้ำหอม,ลิปบาล์ม)
|
|
|
|
ไฟแช็ค,ไม้ขีดไฟ
|
|
|
|
ยาประจำตัวที่เป็นของเหลว หรือเจล
(ฉลากยาต้องเป็นชื่อผู้เดินทางเท่านั้น )
|
|
|
|
อุปกรณ์ไฟฟ้า,แบตเตอรี่
(แลปทอป,โทรศัพท์มือถือ,iPods)
|
|
|
|
อาหารเด็ก/นม
(หากมีทารกเดินทางไปด้วย)
|
|
|
|
สินค้าปลอดภาษี
(ห้ามแกะสินค้าหลังซื้อและแสดงใบเสร็จยืนยัน)
|
|
|
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
กฎศุลากากรสำหรับผู้โดยสารขาออก (ประเทศไทย )
|
 |
| |
เจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจจะตรวจกระเป๋าที่ท่านนำติดตัวไปและตรวจสอบเงินตราที่จะเอาออกไปด้วย ท่านสามารถนำเงินไทยออกไปได้ไม่เกิน 50,000 บาท ยกเว้นนำออกไปประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย เช่น พม่า ลาว เขมร มาเลเซีย เวียดนาม นำออกไปได้ไม่เกิน 500,000 บาท
1. พิธีการศุลกากร กรณีเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
ผู้โดยสารเข้ามาในประเทศไทยต้องกรอกรายละเอียดในแบบสำแดงรายการสิ่งของผู้โดยสาร (แบบที่ ๒๑๑) และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะนำกระเป๋าและสัมภาระผ่านช่องตรวจศุลกากร ผู้โดยสารที่ไม่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด ให้ทำเครื่องหมายในแบบสำแดงของติดตัวผู้โดยสารช่องสีเขียว ( [ / ] ไม่มีของต้องสำแดง) และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีเขียว ส่วนผู้โดยสารที่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือไม่แน่ใจว่าของที่นำเข้ามานั้นเป็นของดังกล่าวหรือไม่ ให้ทำเครื่องหมายในแบบสำแดงของติดตัวผู้โดยสารช่องสีแดง ( [ / ] มีของต้องสำแดง) และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดง
1.1 ของทุกชนิดที่นำเข้ามาในประเทศต้องเสียภาษีอากรตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ร.ก. พิกัดอัตราศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
การเสียภาษีอากรปากระวางสำหรับของติดตัวผู้โดยสารอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้
* เป็นของที่เข้ามาใช้เอง มีจำนวนเห็นได้ชัดว่ามิใช่เพื่อการค้า
* ของมีมูลค่าไม่เกิน ๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท
* ผู้โดยสารสามารถชำระค่าภาษีอากรเป็นเงินสดได้ในวันนำเข้า
1.2 ของใช้ส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพ และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ มูลค่าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐.๐๐ บาท ได้รับยกเว้นอากร
ของใช้ส่วนตัวสำหรับใช้เอง เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ รองเท้า นาฬิกา ปากกา แว่นตา น้ำหอม เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องมีเอกสารใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน หากไม่มี เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามหลักฐานอื่นประกอบ แต่ของใช้ส่วนตัวดังต่อไปนี้ จะต้องมีปริมาณไม่เกินที่กำหนด
* บุหรี่ ไม่เกิน ๒๐๐ มวน หรือซิการ์และยาเส้น น้ำหนักไม่เกิน ๒๕๐ กรัม
* สุรา ๑ ลิตร
1.3 ของใช้ในบ้านเรือนที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนที่ใช้แล้ว และเนื่องจากการย้ายภูมิลำเนา และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ ได้รับยกเว้นอากร
ของใช้ในบ้านเรือน เช่น โทรทัศน์ วิทยุ วีดีโอ เครื่องโทรสาร เป็นต้น ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้านเรือนดังกล่าว แม้จะได้รับเว้นอากร ก็ต้องยื่นแบบที่ ๒๑๑ ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดง
2. พิธีการศุลกากร กรณีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร 2.1 กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ คอมพิวเตอร์สำหรับพกพา ผู้โดยสารต้องนำของดังกล่าวแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อบันทึกรายละเอียด และรับสำเนาเอกสารไว้สำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดงในวันเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย
2.2 อัญมณีหรือเครื่องประดับ ให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากร ณ ที่ทำการศุลกากรขาออก ส่วนตรวจของผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ (อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ๑ ชั้น ๓) หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด
2.3 ของที่ขอชดเชย หรือขอคืนเงินอากรตามมาตรา ๑๙ ทวิ หรือมีใบสุทธินำกลับให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรที่ฝ่ายพิธีการส่งออก สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ (อาคารคลังสินค้าขาออก ๔ ชั้น ๒) หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด
3. พิธีการศุลกากร กรณีพิเศษ
3.1 ของต้องห้าม ของต้องกำกัด
ของต้องห้าม คือของที่ห้ามไม่ให้นำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เช่น ยาเสพติด ส่งพิมพ์ หรือวัตถุลามก และสัตว์ป่าสงวน เป็นต้น การฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น มีไว้ในครอบครองหรือมีไว้เพื่อเสพหรือเป็นผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ขนส่ง อาจมีโทษถึงประหารชีวิต
ของต้องกำกัด คือของบางชนิดที่กฎหมายควบคุมการนำเข้ามาและการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การนำเข้าและการส่งออกของต้องกำกัดต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องนำมาแสดงในเวลาปฏิบัติพิธีการศุลกากรด้วย ตัวอย่างเช่น
* อาวุธ กระสุนปืน วัตถุระเบิด (กรมตำรวจ โทร : 0-2287-3101-10 )
* พระพุทธรูป ศิลปวัตถุและโบราณวัตถุ (โบราณศิลปวัตถุ) (กรมศิลปากร โทร: 0-2225-1807 ,
0-2221-7811 )
* เครื่องวิทยุสื่อสารและอุปกรณ์โทรคมนาคม (กรมไปรษณีย์โทรเลข โทร : 0-2271-0151-60 )
* พืช และส่วนต่าง ๆ ของพืช (กรมวิชาการเกษตร โทร : 0-2579-0151-8)
* สัตว์มีชีวิต และซากสัตว์ (กรมปศุสัตว์ โทร : 0-2251-5136-38 , 0-2251-5923)
* ยาและเคมีภัณฑ์บางชนิด (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โทร :0-2591-8485 )
หมายเหตุ กักกันพืช พืชและส่วนต่างๆ ของพืช ต้องแสดงรายการต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำการกักกันพืช หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย ( โทร : 0-2535-1379 , 0-2523-6420 )
3.2 เงินตรา
เงินตราไทย นำเข้าได้ไม่จำกัดจำนวน แต่นำออกได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท ยกเว้นนำออกไปยังประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย เช่น พม่า ลาว เขมร มาเลเซียและเวียดนาม นำออกได้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท การนำเงินตราไทยออกนอกประเทศมากกว่าจำนวนที่กำหนดจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผ่านธนาคารที่ได้รับอนุญาต และนำต้นฉบับเอกสาร ธ.ต. ๕ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะผ่านช่องตรวจผู้โดยสารขาออก
เงินตราต่างประเทศ นำเข้าและนำออกได้ไม่จำกัดจำนวน
3.3 การฝากเก็บของไว้ในอารักขาของศุลกากร
ผู้โดยสารเข้ามาในประเทศไทยและมีของต้องอากร ของต้องกำกัด ซึ่งไม่มีความมุ่งหมายจะนำมาใช้ในประเทศไทย จะต้องแจ้งและแสดงตั๋วเดินทางไปยังประเทศที่สามในขณะนั้นสามารถฝากของดังกล่าวไว้ในอารักขาของศุลกากรได้เป็นเวลาไม่เกิน ๒ เดือน
ในวันเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผู้โดยสารขอรับของดังกล่าวคืนได้โดยแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินขณะยื่นตั๋วเดินทาง และต้องเสียค่าธรรมเนียมแก่ราชการในอัตราที่กำหนด 3.4 การใช้เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ.คาร์เนท์
ผู้โดยสารนำของเข้าประเทศไทยชั่วคราว เพื่อวัตถุประสงค์เป็นตัวอย่างสินค้า เพื่อแสดงนิทรรศการ เพื่อใช้ในวิชาชีพ เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์ และจะส่งกลับออกไปโดยใช้เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ.คาร์เนท์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดง และฝ่ายพิธีการศุลกากร ณ ที่ทำการศุลกากรขาเข้า ส่วนตรวจของผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ (อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ๑ ชั้น ๑) หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด
สำหรับผู้นำของออกจากราชอาณาจักรชั่วคราวและจะนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรในภายหลัง โดยใช้เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ.คาร์เนท์ จะต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากรในทำนองเดียวกัน
3.5 การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้โดยสารที่ประสงค์จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากร จะต้องแสดงสินค้าที่ซื้อมาให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรภายในห้องผู้โดยสารขาออกตรวจรับรองในแบบ ภ.พ. ๑๐ ก่อนทุกครั้ง
คำเตือน : การนำของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัดเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่สำแดง หรือสำแดงไม่ถูกต้อง จะได้รับโทษตามกฎหมายศุลกากร คือ ถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน ๔ เท่าของราคาของรวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกริบของกลางด้วย
|
การปฏิบัติพิธีการศุลกากร ณ ส่วนตรวจของผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ เปิดบริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง หากต้องคำแนะนำ หรือสอบถามเกี่ยวกับระเบียบพิธีการศุลกากร โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรโดยตรง
หรือโทรศัพท์ (๖๖-๒)๕๓๕-๑๒๖๙, ๕๓๕-๑๕๖๙, ๕๓๕-๑๑๕๓ และ ๕๓๕-๕๐๔๔ |
อ้างอิงข้อมูลโดย : สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ |
|
|
 |
 |
 |
 |
ระเบียบศุลกากรต่างประเทศ
|
 |
| |
ประเทศจีน (กรุงปักกิ่ง )
1. ผู้เดินทางถึงกรุงปักกิ่งต้องกรอกแบบคนเข้าเมือง แบบศุลกากรและแบบสุขภาพอนามัย เมื่อเดินทางออกต่างประเทศ ต้องจ่ายค่าภาษีสนามบิน 90 หยวน (ภายในประเทศ 50 หยวน )
2. จีนอนุญาตให้นำบุหรี่เข้าประเทศได้ 400 มวน สุรา 1 ลิตร เงินตราสกุลอื่นหากมีเกินกว่า 5,000ดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดง
3. ผักและผลไม้ทุกชนิด หากไม่มีเอกสารรับรองจากกรมวิชาการเกษตรไทยจะถูกห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด
4. ห้ามนำของเก่าอายุเกินกว่า 100 ปี งานศิลปะ ทองคำ ออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต
5. ห้ามนำเข้า-ออกยาเสพติดทุกชนิด สิ่งพิมพ์ สื่อลามกอนาจาร และอาวุธสงคราม
6. การลักลอบขนยาเสพติด มีโทษถึงขั้นประหาร
7. นักท่องเที่ยวสามารถนำเครื่องประดับทองคำติดตัวออกนอกจีนได้ (นครคุนหมิง )
8. การนำกล้องถ่ายทำภาพยนต์เข้าจีน จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของรัฐบาลกลางจีนที่ปักกิ่งก่อน (นครคุนหมิง )
สิ่งต้องห้าม
1. ยาเสพติด
2. ยากล่อมประสาท ยากระตุ้น และยานอนหลับ
3. ยาปฏิชีวนะ (antibiotics)
4. ยากล่อมประสาทและยานอนหลับบางประเภท สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทย แต่เป็นยาต้องห้ามในฮ่องกง
5. สารมีพิษ สารเคมีควบคุม
6. ปืนและกระสุนปืน ดอกไม้ไฟ
7. เครื่องมือยุทธศาสตร์ (strategic commodities)
8. เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่เกินปริมาณการใช้ส่วนตัว
9. สัตว์และพืชต่างๆ
10. สิ่งแปลกปลอมเลียนแบบ เช่น แผ่นซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ แผ่นดิส และม้วนเทป
11. สัตว์สงวน สัตว์ต่างๆ เนื้อสัตว์ และสัตว์ปีก
ประเทศนิวซีแลนด์
1. อาหารทุกชนิด
2. พืชหรือส่วนของพืช
3. สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
4. เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใชเ้กับสัตว์
5. อุปกรณ์ เช่น ไม้กอล์ฟ รองเท้ากอล์ฟ รองเท้ากีฬาที่มีปุ่ม (Spike) เครื่องเดินป่า และจักรยานที่ใช้งานแล้ว
ประเทศฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสเข้ามงวดเรื่องการนำพืช ผลไม้ และดอกไม้่สด หากถูกตรวจพบ เจ้าหน้าที่อาจขอให้ท่านแสดงใบรับรองสุขอนามัย( Phytosanitary Certificate)
กรณีท่านนำเงินตราต่างประเทศ (เงินสด ) เข้าประเทศฝรั่งเศส จำนวนมากกว่า 50,000 ฟรังค์ ฝรั่งเศส ควรแจ้งไว้เป็นหลักฐาน
กรณีท่านซื้อสิ่งของมีค่าต่างๆ ควรเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน เพระเจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจขอตรวจสอบ
ประเทศออสเตรเลีย
รายการสิ่งของ/ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าออสเตรเลีย มีดังนี้
* ผลิตภัณฑ์อาหาร คือ ของสดทุกชนิด รวมทั้งเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ไข่และนมสด ถั่วและเมล็ดธัญญพืชต่างๆ
* ผลิตภัณฑ์สัตว์หรือที่เกี่ยวกับสัตว์ คือ สัตว์ที่ยังมีชีวิต
* ผลิตภัณฑ์จำพวกพืีชหรือต้นไม้ คือ ต้นไม้ที่ยังมีชีวิต เนื้อเยื่อ ราก หน่อ ตา กิ่งของต้นไม้
* ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เช่นอาวุธ วัตถุไวไฟ เวชภัณฑ์ อาจะไม่ได้รับอนุญาตนำเข้า ดังนั้นจึงควรติดต่อสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน
หมายเหตุ : ท่านสามารถนำของใช้ที่เกี่ยวกับสัตว์ เช่น หน้ากากม้า อานม้า กรงแก หรือเครื่องตกแต่งบ้านที่ทำจากส่วนของพืชเข้ามาในประเทศได้ รับการตรวจสอบ และ/หรือป้องกันเชื้อโรคจากสถานกักกันโรค(quarantine )เสียก่อน
อนึ่ง หากมีเงินสดรวมมูลค่ากว่า 10,000ดอลลาร์ออสเตรเลีย จะต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่
|
|
 |
 |
 |
|
|
|
|
|
|