Home | World Preview | Organized Tours | Package Tours | Information | Showcases | Contact Us | Webboard



Customs ( พิธีการศุลการกร ,ข้อกำหนดสิ่งของที่ห้ามขึ้นเครื่อง )

การนำสัมภาระขึ้นเครื่องบิน 

ประเทศไทย


1.    การขนสัมภาระขึ้นเครื่องบิน บริเวณที่นั่งผู้โดยสาร โดยปกติ สายการบินอนุญาตให้นำกระเป๋าติดตัวขึ้นเครื่องได้จำนวน 1 ชิ้น หรือที่เรียกว่า
Overnight น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม ขนาด กว้าง x หนา x สูง ไม่เกิน 115 เซนติเมตร

      ถ้าเ้ดินทางไปแถบเอเชียหรือยุโรปกระเป๋า 1 ใบ ชั้นประหยัด (Economy Class ) ประมาณ 20 กก. ชั้นธุรกิจ ( Business Class ) 30 กก.
ชั้นหนึ่ง ( First Class ) 40 กก.

     สำหรับอเมริกา นำ กระเป๋าไปได้ 2 ใบๆละประมาณ 32 กก. น้ำหนักอาจเกินได้นิดหน่อย ถ้าเกินพิกัดมากต้องจ่ายค่าปรับคิดเป็น 1% ของ
ค่าโดยสารชั้นหนึ่ง ( First Class ) ในราคาเต็ม

     สิ่งที่ควรนำขึ้นเครื่องบิน บริเวณที่นั่งผู้โดยสารได้แก่ สิ่งของมีค่าทั้งหลาย ยา กุญแจ หนังสือเดินทาง เอกสารทางธุรกิจ กล้องถ่ายภาพ แว่นตา
และที่สำคัญ คุณควรทำสำเนาหนังสือเดินทางไว้ด้วย โดยเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง เพราะจะสะดวกมากขึ้น ในกรณีนำไปยื่นให้ที่สถานฑูตไทยในต่างแดน

     ดังนั้นหากทราบเรื่องน้ำหนักเกินพิกัดตั้งแต่แรก แต่จำเป็นต้องนำไปด้วยควรส่งเป็นสัมภาระไม่ติดไปกับตัว ( Unaccompanied Baggage )
โดยนำบัตรโดยสารเึครื่องบินไปแสดงที่ฝ่าย Cargo ก่อนวันเดินทาง 48 ชั่วโมง

   หมายเหตุ

     1. ของเหลวซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฎิบัติตามประกาศฉบับนี้ ได้แก่ นมและอาหารสำหรับเด็ก ยา ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งได้ให้พนักงาน
ที่จุดตรวจค้นเพื่อการรักษาความปลอดภัยตรวจสอบแล้ว


2. ห้ามผู้โดยสารนำสัมภาระติดตัวซึ่งมีของเหลว เจล หรือ สเปรย์ ขึ้นเครื่องบิน เว้นแต่จะได้ดำเนินการดังต่อไปน ี้

     * ของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุและสารอื่นๆซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันต้องบรรจุในภาชนะซึ่งมีปริมาณ ความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร (หรือปริมาณที่
เทียบเท่ากันในหน่วยวัดปริมาตรอื่น) สำหรับภาชนะซึ่งมีปริมาณความจุเกิน 100 มิลลิลิตรจะนำขึ้นเครื่องบินไม่ได้แม้ว่าจะบรรจุ
ของเหลว เจล สเปรย์
หรือวัตถุและสารอื่นๆซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันไว้เพียงเล็กน้อย


     * ภาชนะที่ใส่ของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุและสารอื่นๆซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใสที่มีปริมาณความจุไม่เกิน 1 ลิตร
(ประมาณ 20X20 ซม.)และสามารถปิดผนึกได้ (Transparent Re-Sealable Plastic Bag) โดยต้องปิดผนึกปากถุงให้เรียบร้อย


     * ผู้โดยสารสามารถนำถุงพลาสติกใสขึ้นเครื่องบินได้คนละ 1 ถุง

     * ผู้โดยสารต้องแยกถุงพลาสติกใสซึ่งใส่ภาชนะของเหลว เจล หรือ สเปรย์ ออกจากสัมภาระติดตัวอื่นๆ รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา
(Laptop Computer) และเสื้อคลุม เมื่อถึงจุดตรวจค้นเพื่อการรักษาความปลอดภัย (Security Screening Point)



สำหรับการดำเนินการกับของเหลว สเปรย์ และเจลก่อนขึ้นเครื่องบินที่ ICAO แนะนำให้สนามบินปฏิบัติคือ

     * ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำของเหลวทุกชนิดที่มีความจุเกิน 100 มิลลิลิตรขึ้นอากาศยาน

     * ภาชนะที่บรรจุของเหลวต้องเป็นภาชนะพลาสติกใสที่สามารถเปิด-ปิดได้ (Re-sealable) โดยภาชนะดังกล่าวต้องมีความจุไม่เกิน 1 ลิตร และต้องถูก
ปิดผนึกอย่างสมบูรณ์


   * หลังจากผ่านเครื่อง X-ray แล้ว ภาชนะพลาสติกใสต้องถูกตรวจสอบด้วยสายตาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผู้โดยสาร 1 คนสามารถนำภาชนะพลาสติกขึ้นเครื่อง
ได้คนละ 1 ใบเท่านั้น


    * มาตรการนี้ไม่รวมถึงยารักษาโรค นม และอาหารของเด็กทารก รวมทั้งอาหารชนิดพิเศษสำหรับผู้ป่วย

     * เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ ควรนำถุงพลาสติกใสที่บรรจุของเหลวตรวจแยกต่างหากจากกระเป๋าสัมภาระอื่นๆ

     * มาตรการนี้ไม่รวมถึงของเหลวที่จำหน่ายจากร้านค้าหลังจุดตรวจค้น โดยของเหลวดังกล่าวต้องบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสที่ปิดผนึกอย่างดี และจะต้อง
พร้อมได้รับการตรวจตามความจำเป็น



     2.   การตรวจสอบสัมภาระ

      โดย ปกติแล้ว สายการบินอนุญาตให้นำสัมภาระขึ้นได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัมสำหรับชั้นประหยัด 30 กิโลกรัมสำหรับชั้นธุรกิจ และ 40 กิโลกรัมสำหรับชั้น
First Class สำหรับการเดินทางในเขตเอเซีย ยุโรป แต่ถ้าเดินทางไปยังอเมริกาเหนือ อนุญาตให้กระเป๋าสองใบ แต่วัดไม่เกิน 158 เซนติเมตร และน้ำหนัก
ไม่เกิน 32 กิโลกรัมต่อใบ อย่างไรก็ตาม แต่ละสายการบินก็มีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป ควรตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่ควรทำคือ อย่าใช้กระเป๋าที่มีราคา
แพงหรือออกแบบสวยเลิศ ถ้าการเดินทางนั้นจะต้องไปหลายแห่ง ผ่านหลายจุด เพราะกระเป๋าหรือสัมภาระของคุณอาจสูญหายได้ และอย่าใส่ของในกระเป๋า
จนแน่นและแทบจะปริออกมา เพราะเมื่ออยู่ใต้เคริ่องบินจะยิ่งเจอความกดอากาศอาจทำให้กระเป๋าของคุณเสีย และข้าวของกระจายออกมาได้

    
      ส่วนข้อบังคับในการนำสัมภาระของเหลวนั้น ต้องบรรจุของเหลวที่นำติดตัวใส่กระเป๋าที่บรรทุกไว้ใต้เครื่องบิน หากต้องพกพาติดตัวขึ้นเครื่องจะต้องใส่
ถุงพลาสติกใสที่มีความจุไม่เกิน 1 ลิตร โดยสัมภาระแต่ละชิ้นมีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร หรือเทียบเท่าในหน่วยวัดปริมาตรอื่น โดยผู้โดยสารสามารถ
นำขึ้นได้เพียง 1 ถุง สำหรับผู้โดยสารที่ซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน ทางบริษัท คิง เพาเวอร์ฯ จัดเตรียมถุงพลาสติกใสเพื่อบรรจุสินค้าที่
ผู้โดยสารซื้อพร้อมมีใบแสดงรายการ สินค้าที่จะซื้อ ซึ่งจะระบุชื่อผู้โดยสารวันและเวลาที่ซื้อ รายการสินค้า เส้นทางบินและจุดหมายปลายทางเพื่อให้สามารถ
ตรวจสอบได้ชัดเจนแล้วปิดผนึกจน สนิทไม่สามารถเปิดปิดได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน



เมื่อผู้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา


รายการ

U.S.

U.K

Australia,Phillippines,

Indonesia,Sri Lanka and every domestic

fight in Thailand

กระเป๋าถือ

1 ชิ้น

ของเหลว,เจลทุกชนิด
( เครื่องดื่ม,ครีมและโลชั่น,ยาสีฟัน,เครื่องสำอาง,น้ำหอม,ลิปบาล์ม)







ไฟแช็ค,ไม้ขีดไฟ

ยาประจำตัวที่เป็นของเหลว หรือเจล
(ฉลากยาต้องเป็นชื่อผู้เดินทางเท่านั้น )







อุปกรณ์ไฟฟ้า,แบตเตอรี่
(แลปทอป,โทรศัพท์มือถือ,iPods)







อาหารเด็ก/นม
(หากมีทารกเดินทางไปด้วย)







สินค้าปลอดภาษี
(ห้ามแกะสินค้าหลังซื้อและแสดงใบเสร็จยืนยัน)








         
 ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2550เป็นต้นไป ท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮ่องกงจะมีมาตรการใหม่เกี่ยวกับการนำสัมภาระขึ้น เครื่องบินเพื่อความปลอดภัย
ในการโดยสารเครื่องบิน ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ใหม่ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( International Civil Aviation Organisation ) ดังนี้


      1. วัสดุของเหลวทุกประเภท เจล กระป๋องสเปรย์ ที่เป็นสัมภาระขึ้นเครื่องบิน แต่ละชิ้นจะต้องมีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร

      2. ภาชนะบรรจุของเหลวจะต้องเป็นถุงพลาสติกโปร่งใส และวัสดุของเหลวที่บรรจุในถุงพลาสติกต้องมีปริมาตรรวมกันไม่เกิน 1 ลิตร
(1 , 000 มิลลิลิตร) และถุงพลาสติกต้องปิดสนิทขนาดของถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุมีขนาดประมาณ 20 เซนติเมตร x 20 เซนติเมตร หรือ 8 นิ้ว x 8 นิ้ว


      3. ถุงพลาสติกที่บรรจุวัสดุของเหลวต้องนำแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แยกต่างหากจากสัมภาระที่จะนำขึ้นเครื่องบินอื่นๆ และผู้โดยสาร 1 คน สามารถนำ
ถุงพลาสติกบรรจุวัสดุของเหลวได้ 1 ใบเท่านั้น


     4.มีข้อยกเว้นสำหรับยารักษาโรค อาหารทารก หรืออาหารสำหรับผู้ป่วย ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ก่อน

 

 

                        
มาตรการจำกัดปริมาณการนำเข้าสุราและยาสูบ

     รัฐบาลฮ่องกงได้แก้ไขมาตรการจำกัดปริมาณการนำเข้าสุราและยาสูบ (ซึ่งนำเข้าฮ่องกงโดยปลอดภาษี) โดยคนฮ่องกงและชาวต่างชาติที่มีอายุตั้งแต่
18 ปีขึ้นไป มาตรการดังกล่าว
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2550 มีรายละเอียดการแก้ไข ดังนี้


     1. การนำเข้าสุราต้องมีปริมาณไม่เกิน 1 ลิตร

     2. การนำเข้ายาสูบ ได้แก่ บุหรี่ต้องมีปริมาณไม่เกิน 60 มวน (จากเดิม 200 มวน) ซิการ์มีปริมาณไม่เกิน 15 มวน (จากเดิม 50 มวน) และยาสูบอื่นๆ
มีปริมาณไม่เกิน 75 กรัม (จากเดิม 250 กรัม)



อ้างอิงข้อมูลโดย :สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง



กฎศุลากากรสำหรับผู้โดยสารขาออก (ประเทศไทย )


เจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจจะตรวจ กระเป๋าที่ท่านนำติดตัวไปและตรวจสอบเงินตราที่จะเอาออกไปด้วย ท่านสามารถนำเงินไทยออกไปได้ไม่เกิน 50,000 บาท
ยกเว้นนำออกไปประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย เช่น พม่า ลาว เขมร มาเลเซีย เวียดนาม นำออกไปได้ไม่เกิน 500,000 บาท



1. พิธีการศุลกากร กรณีเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
  
     ผู้โดยสารเข้ามาในประเทศไทยต้องกรอกรายละเอียดในแบบสำแดงรายการสิ่งของ ผู้โดยสาร (แบบที่ ๒๑๑) และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะนำกระเป๋า
และสัมภาระผ่านช่องตรวจศุลกากร ผู้โดยสารที่ไม่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด ให้ทำเครื่องหมายในแบบสำแดงของติดตัวผู้โดยสาร
ช่องสีเขียว ( [ / ] ไม่มีของต้องสำแดง) และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีเขียว ส่วนผู้โดยสารที่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้อง
จำกัด หรือไม่แน่ใจว่าของที่นำเข้ามานั้นเป็นของดังกล่าวหรือไม่ ให้ทำเครื่องหมายในแบบสำแดงของติดตัวผู้โดยสารช่องสีแดง ( [ / ] มีของต้องสำแดง)
และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดง


     1.1 ของทุกชนิดที่นำเข้ามาในประเทศต้องเสียภาษีอากรตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ร.ก. พิกัดอัตราศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

      การเสียภาษีอากรปากระวางสำหรับของติดตัวผู้โดยสารอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

     * เป็นของที่เข้ามาใช้เอง มีจำนวนเห็นได้ชัดว่ามิใช่เพื่อการค้า

     * ของมีมูลค่าไม่เกิน ๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท

     * ผู้โดยสารสามารถชำระค่าภาษีอากรเป็นเงินสดได้ในวันนำเข้า

    1.2 ของใช้ส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพ และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ มูลค่าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐.๐๐ บาท ได้รับ
ยกเว้นอากร


      ของใช้ส่วนตัวสำหรับใช้เอง เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ รองเท้า นาฬิกา ปากกา แว่นตา น้ำหอม เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องมีเอกสารใบเสร็จ
รับเงินเป็นหลักฐาน หากไม่มี เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามหลักฐานอื่นประกอบ แต่ของใช้ส่วนตัวดังต่อไปนี้ จะต้องมีปริมาณไม่เกินที่กำหนด


     * บุหรี่ ไม่เกิน ๒๐๐ มวน หรือซิการ์และยาเส้น น้ำหนักไม่เกิน ๒๕๐ กรัม

     * สุรา ๑ ลิตร

    1.3 ของใช้ในบ้านเรือนที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนที่ใช้แล้ว และเนื่องจากการย้ายภูมิลำเนา และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ ได้รับยกเว้นอากร

     ของใช้ในบ้านเรือน เช่น โทรทัศน์ วิทยุ วีดีโอ เครื่องโทรสาร เป็นต้น      ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้านเรือนดังกล่าว แม้จะได้รับเว้นอากร ก็ต้องยื่น
แบบที่ ๒๑๑ ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดง



2. พิธีการศุลกากร กรณีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร    
   
    2.1 กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ คอมพิวเตอร์สำหรับพกพา ผู้โดยสารต้องนำของดังกล่าวแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อบันทึกรายละเอียด และรับสำเนา
เอกสารไว้สำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดงใน วันเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย


    2.2 อัญมณีหรือเครื่องประดับ ให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากร ณ ที่ทำการศุลกากรขาออก ส่วนตรวจของผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ
(อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ๑ ชั้น ๓) หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด


    2.3 ของที่ขอชดเชย หรือขอคืนเงินอากรตามมาตรา ๑๙ ทวิ หรือมีใบสุทธินำกลับให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรที่ฝ่ายพิธีการส่งออก สำนักงานศุลกากร
ท่าอากาศยานกรุงเทพ (อาคารคลังสินค้าขาออก ๔ ชั้น ๒) หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด



3. พิธีการศุลกากร กรณีพิเศษ

    3.1 ของต้องห้าม ของต้องกำกัด

      ของต้องห้าม คือของที่ห้ามไม่ให้นำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เช่น ยาเสพติด ส่งพิมพ์ หรือวัตถุลามก และสัตว์ป่าสงวน เป็นต้น การ
ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น มีไว้ในครอบครองหรือมีไว้เพื่อเสพหรือเป็นผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ขนส่ง อาจมีโทษถึงประหารชีวิต


      ของต้องกำกัด คือของบางชนิดที่กฎหมายควบคุมการนำเข้ามาและการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การนำเข้าและการส่งออกของต้องกำกัดต้องได้
รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วน ราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องนำมาแสดงในเวลาปฏิบัติพิธีการศุลกากรด้วย ตัวอย่างเช่น


     * อาวุธ กระสุนปืน วัตถุระเบิด (กรมตำรวจ   โทร : 0-2287-3101-10 )

     * พระพุทธรูป ศิลปวัตถุและโบราณวัตถุ (โบราณศิลปวัตถุ) (กรมศิลปากร   โทร: 0-2225-1807 ,
0-2221-7811 )

     * เครื่องวิทยุสื่อสารและอุปกรณ์โทรคมนาคม (กรมไปรษณีย์โทรเลข  โทร : 0-2271-0151-60 )

     * พืช และส่วนต่าง ๆ ของพืช (กรมวิชาการเกษตร  โทร : 0-2579-0151-8)

     * สัตว์มีชีวิต และซากสัตว์ (กรมปศุสัตว์  โทร : 0-2251-5136-38 , 0-2251-5923)

     * ยาและเคมีภัณฑ์บางชนิด (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    โทร :0-2591-8485 )

     หมายเหตุ กักกันพืช พืชและส่วนต่างๆ ของพืช ต้องแสดงรายการต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำการกักกันพืช หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย ( โทร : 0-2535-1379 ,
0-2523-6420 )


    3.2 เงินตรา

     เงินตราไทย นำเข้าได้ไม่จำกัดจำนวน แต่นำออกได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท ยกเว้นนำออกไปยังประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย เช่น พม่า
ลาว เขมร มาเลเซียและเวียดนาม นำออกได้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท การนำเงินตราไทยออกนอกประเทศมากกว่าจำนวนที่กำหนดจะต้องได้รับอนุญาต
จากเจ้า พนักงานผ่านธนาคารที่ได้รับอนุญาต และนำต้นฉบับเอกสาร ธ.ต. ๕ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะผ่านช่องตรวจผู้โดยสารขาออก


       เงินตราต่างประเทศ นำเข้าและนำออกได้ไม่จำกัดจำนวน

    3.3 การฝากเก็บของไว้ในอารักขาของศุลกากร

       ผู้โดยสารเข้ามาในประเทศไทยและมีของต้องอากร ของต้องกำกัด ซึ่งไม่มีความมุ่งหมายจะนำมาใช้ในประเทศไทย จะต้องแจ้งและแสดงตั๋วเดินทาง
ไปยังประเทศที่สามในขณะนั้นสามารถฝากของดัง กล่าวไว้ในอารักขาของศุลกากรได้เป็นเวลาไม่เกิน ๒ เดือน


     ในวันเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผู้โดยสารขอรับของดังกล่าวคืนได้โดยแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินขณะยื่นตั๋ว เดินทาง และต้องเสียค่าธรรมเนียมแก่
ราชการในอัตราที่กำหนด    

    3.4 การใช้เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ.คาร์เนท์


     ผู้โดยสารนำของเข้าประเทศไทยชั่วคราว เพื่อวัตถุประสงค์เป็นตัวอย่างสินค้า เพื่อแสดงนิทรรศการ เพื่อใช้ในวิชาชีพ เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์
และจะส่งกลับออกไปโดยใช้เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ.คาร์เนท์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดง และฝ่ายพิธีการศุลกากร ณ ที่ทำการศุลกากร
ขาเข้า ส่วนตรวจของผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ (อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ๑ ชั้น ๑) หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด


      สำหรับผู้นำของออกจากราชอาณาจักรชั่วคราวและจะนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรใน ภายหลัง โดยใช้เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ.คาร์เนท์ จะต้องปฏิบัติ
พิธีการศุลกากรในทำนองเดียวกัน


    3.5 การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้โดยสารที่ประสงค์จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากร จะต้องแสดงสินค้าที่ซื้อมาให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรภายในห้องผู้โดยสาร
ขาออก ตรวจรับรองในแบบ ภ.พ. ๑๐ ก่อนทุกครั้ง


    คำเตือน : การนำของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัดเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่สำแดง หรือสำแดงไม่ถูกต้อง จะได้รับโทษตามกฎหมาย
ศุลกากร คือ ถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน ๔ เท่าของราคาของรวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกริบของกลางด้วย

การ ปฏิบัติพิธีการศุลกากร ณ ส่วนตรวจของผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ เปิดบริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง หากต้องคำแนะนำ หรือสอบถาม
เกี่ยวกับระเบียบพิธีการศุลกากร โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรโดยตรง
หรือโทรศัพท์ (๖๖-๒)๕๓๕-๑๒๖๙, ๕๓๕-๑๕๖๙, ๕๓๕-๑๑๕๓ และ ๕๓๕-๕๐๔๔


อ้างอิงข้อมูลโดย : สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ


ข้อกำหนดของสายการบิน


สายการบินต่างๆ จะมีข้อกำหนดเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้ัการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมีข้อกำหนด ดังนี้

     1.    Infants (ทารก )
คำจัดกัดความของทารกในการซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบิน คือ " บุคคลที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี โดยนับจากวันที่ขึ้นเครื่องบิน " ซึ่งตั๋วเครื่องบินของเด็กทารกนี้
ะไม่ต้องเสียเงิน หรือเสียในอัตราที่ถูกกว่าผู้ใหญ่ เช่น 10 % ของราคาตั๋วผู้ใหญ่


     2. Child ( เด็ก ) คำจัดกัดความของเด็กในการซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินคือ " บุคคลที่มีอายุไม่เกิน 12 ปี โดยนับจากวันที่ขึ้นเครื่อง " ซึ่งตั๋วเครื่องบิน
ของเด็กนี้จะเสียในอัตราที่ถูกกว่าผู้ใหญ่ เช่น 50 % ของราคาตั๋วผู้ใหญ่


     3. Travel with pet ( การนำสัตว์ขึ้นเครื่องบิน ) ผู้โดยสารสามารถนำสัตว์เลี้ยงไปกับตนเองได้ ซึ่งทางสายการบินอนุญาตเฉพาะสัตว์ที่ไม่อันตราย
ต่อบุคคลอื่น เช่น สุนัข แมว กระรอก เป็นต้น ไปในเครื่องบินลำเดียวกับเจ้าของ แต่อยู่ในส่วนท้องเครื่องที่ไว้สำหรับเก็บกระเป๋าใบใหญ่ แต่ทั้งนี้เจ้าของต้อง
นำใบที่แสดงว่าสัตว์นั้นๆ ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจากสัตวแพทย์ ส่วนสัตว์ที่เป็นอันตรายหรือสัตว์ที่ตัวใหญ่มากจะ ไม่สามารถไปเครื่องบินลำเดียวกับเจ้าของได้
ต้องไปกับเครื่องบินบรรทุกสิ่งของโดยเฉพาะ ( Air Cargo )



ระเบียบศุลกากรต่างประเทศ


ประเทศจีน (กรุงปักกิ่ง )

    1. ผู้เดินทางถึงกรุงปักกิ่งต้องกรอกแบบคนเข้าเมือง แบบศุลกากรและแบบสุขภาพอนามัย เมื่อเดินทางออกต่างประเทศ ต้องจ่ายค่าภาษีสนามบิน 90 หยวน
(ภายในประเทศ 50 หยวน )


     2. จีนอนุญาตให้นำบุหรี่เข้าประเทศได้ 400 มวน สุรา 1 ลิตร เงินตราสกุลอื่นหากมีเกินกว่า 5,000ดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดง

     3. ผักและผลไม้ทุกชนิด หากไม่มีเอกสารรับรองจากกรมวิชาการเกษตรไทยจะถูกห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด

     4. ห้ามนำของเก่าอายุเกินกว่า 100 ปี งานศิลปะ ทองคำ ออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต
    
     5. ห้ามนำเข้า-ออกยาเสพติดทุกชนิด สิ่งพิมพ์ สื่อลามกอนาจาร และอาวุธสงคราม

     6. การลักลอบขนยาเสพติด มีโทษถึงขั้นประหาร

     7. นักท่องเที่ยวสามารถนำเครื่องประดับทองคำติดตัวออกนอกจีนได้ (นครคุนหมิง )

     8. การนำกล้องถ่ายทำภาพยนต์เข้าจีน จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของรัฐบาลกลางจีนที่ปักกิ่งก่อน (นครคุนหมิง )


สิ่งต้องห้าม

     1. ยาเสพติด

     2. ยากล่อมประสาท ยากระตุ้น และยานอนหลับ

     3. ยาปฏิชีวนะ (antibiotics)

     4. ยากล่อมประสาทและยานอนหลับบางประเภท สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทย แต่เป็นยาต้องห้ามในฮ่องกง

     5. สารมีพิษ สารเคมีควบคุม

     6. ปืนและกระสุนปืน ดอกไม้ไฟ

     7. เครื่องมือยุทธศาสตร์ (strategic commodities)

     8. เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่เกินปริมาณการใช้ส่วนตัว

     9. สัตว์และพืชต่างๆ

     10. สิ่งแปลกปลอมเลียนแบบ เช่น แผ่นซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ แผ่นดิส และม้วนเทป

     11. สัตว์สงวน สัตว์ต่างๆ เนื้อสัตว์ และสัตว์ปีก


ประเทศนิวซีแลนด์

     1. อาหารทุกชนิด

     2. พืชหรือส่วนของพืช

     3. สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์

     4. เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใชเ้กับสัตว์

     5. อุปกรณ์ เช่น ไม้กอล์ฟ รองเท้ากอล์ฟ รองเท้ากีฬาที่มีปุ่ม (Spike) เครื่องเดินป่า และจักรยานที่ใช้งานแล้ว


ประเทศฝรั่งเศส

   ฝรั่งเศสเข้ามงวดเรื่องการนำพืช ผลไม้ และดอกไม้่สด หากถูกตรวจพบ เจ้าหน้าที่อาจขอให้ท่านแสดงใบรับรองสุขอนามัย( Phytosanitary Certificate)

   กรณีท่านนำเงินตราต่างประเทศ (เงินสด ) เข้าประเทศฝรั่งเศส จำนวนมากกว่า 50,000 ฟรังค์ ฝรั่งเศส ควรแจ้งไว้เป็นหลักฐาน
   
   กรณีท่านซื้อสิ่งของมีค่าต่างๆ ควรเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน เพระเจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจขอตรวจสอบ  


ประเทศออสเตรเลีย

รายการสิ่งของ/ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าออสเตรเลีย มีดังนี้

   * ผลิตภัณฑ์อาหาร คือ ของสดทุกชนิด รวมทั้งเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ไข่และนมสด ถั่วและเมล็ดธัญญพืชต่างๆ

   * ผลิตภัณฑ์สัตว์หรือที่เกี่ยวกับสัตว์ คือ สัตว์ที่ยังมีชีวิต

   * ผลิตภัณฑ์จำพวกพืีชหรือต้นไม้ คือ ต้นไม้ที่ยังมีชีวิต เนื้อเยื่อ ราก หน่อ ตา กิ่งของต้นไม้

   * ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เช่นอาวุธ วัตถุไวไฟ เวชภัณฑ์ อาจะไม่ได้รับอนุญาตนำเข้า ดังนั้นจึงควรติดต่อสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน

   หมายเหตุ : ท่านสามารถนำของใช้ที่เกี่ยวกับสัตว์ เช่น หน้ากากม้า อานม้า กรงแก หรือเครื่องตกแต่งบ้านที่ทำจากส่วนของพืชเข้ามาในประเทศได้ รับการ
ตรวจสอบ และ/หรือป้องกันเชื้อโรคจากสถานกักกันโรค(quarantine )เสียก่อน


    อนึ่ง หากมีเงินสดรวมมูลค่ากว่า 10,000ดอลลาร์ออสเตรเลีย จะต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่


ข้อมูลโดย : กระทรวงการต่างประเทศ